2552-08-17

สมุนไพรอาหารไทย และสมุนไพรน่ารู้

สำหรับเรื่องอาหารไทยที่มีส่วนประกอบ ของพืชผักสมุนไพรที่มีคุณค่าทางโภชนาการรวมทั้งบางชนิดมีสรรพคุณทางยาด้วย

สมุนไพรอาหารไทย

เป็นเมนูอาหารสุขภาพทานแล้วดีต่อสุขภาพ เพราะอาหารไทย ถือว่าเป็นอาหารที่มีพืชสมุนไพรเป็น องค์ประกอบที่สำคัญ ซึ่งหมายถึงพืชผักต่าง ๆ รวมทั้งเครื่องปรุง เครื่องเทศ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของอาหารไทย การใช้เครื่องเทศนอกจากใช้ในการแต่งกลิ่น รส และเพิ่มสีสันของอาหารแล้ว ยังใช้ดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ นอกจากนั้นเครื่องเทศที่ใช้ในอาหารไทยส่วนใหญ่ ยังมีสรรพคุณในทางยาที่ทำให้ถือว่าอาหารไทยนั้นเป็นอาหารที่เหมาะสมในการส่ง เสริมสุขภาพ เป็นสิ่งที่เราอยากจะเน้นการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคทั่วโลกรู้ว่าอาหาร ไทยเป็นอาหารที่รสชาติดี และดีต่อสุขภาพ เพราะอุดมไปด้วยเครื่องเทศสมุนไพร

เมนูยอดนิยมอย่าง ต้มยำกุ้ง ที่ต่างชาติต่างชื่นชมในเรื่องของรสชาติ อีกทั้งยังมีองค์ประกอบ อาทิ ข่า ตะไคร้ หรือ พริก ล้วนมีสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพ โดย ข่า และ ตะไคร้ มี สรรพคุณขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือ พริก ช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหารทำให้เจริญอาหาร ถ้ากินในปริมาณไม่มากช่วยลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร อีกทั้งแก้อาเจียน แก้ปวดเมื่อย ประเด็นนี้สำคัญจะต้องสร้างภาพลักษณ์ให้กับอาหารไทยและร้านอาหารไทยด้วยการ ประชาสัมพันธ์ทั้งในและต่างประเทศ โดย เน้นการให้ความรู้แก่ผู้บริโภคในเรื่ององค์ ความรู้ วัฒนธรรม รวมทั้งความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการประกอบและบริโภคอาหารไทย

ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษของเรานับเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่ถ่ายทอดมาหลาย ชั่วอายุคน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชสมุนไพรหรือเรียกว่ารั้วกินได้ ณ ปัจจุบันนี้เรา ๆ ท่าน ๆ ก็สามารถมีวิถีชีวิตเกษตรพอเพียง ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ง่าย ๆ เลยใช้รั้วบ้านหรือข้างบ้านให้เกิดประโยชน์ ถ้าไม่มีรั้วบ้านก็ใช้พื้นที่ว่างรอบ ๆ บ้านบ้านปลูกพืชสมุนไพร อาทิ ขิง ข่า ตะไคร้ มะกรูด มะนาว หรือพริกชนิดต่าง ๆ พืชเหล่านี้ถ้าเรารับประทานในปริมาณที่พอเหมาะพอดี จะมีคุณสมบัติเป็นยารักษาโรค และยาบำรุงร่างกาย ถ้าเหลือจากการบริโภคแล้ว สามารถปลูกเป็นอาชีพเสริม ช่วยเพิ่มรายได้ให้ครอบครัวเป็นอย่างดี

สมุนไพรที่น่าสนใจอื่นๆ


ไฟเดือนห้า (Asclepias curassavica Linn.) วงศ์ ASCLEPIADACEAE เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีน้ำยางขาว กิ่งอ่อนและช่อดอกมีขน ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งสีแดงเพลิง
สรรพคุณสมุนไพร ต้นแก้โรคหัวใจอ่อน บำรุงธาตุ ใบฆ่าเชื้อโรคเรื้อน แก้พิษฝี ขับพยาธิไส้เดือน ากรักษาอาการฟกช้ำ

กานพลู (Syzygium aromaticum (L.) Merr. et Perry) วงศ์ MYRTACEAE เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ใบเดี่ยวออกตรงกันข้าม ดอกออกเป็นช่อมักออกที่ปลายยอด หรือตามง่ามใบใกล้ๆ ปลายยอด กลีบดอกสีขาวเชื่อมติดกันคล้ายหมวก
สรรพคุณสมุนไพร ดอกแก้ท้องเฟ้อ ระงับกลิ่นปาก ขับลม เป็นยาช่วยย่อย ฯลฯ

เขยตาย (Glycosmis pentaphylla Corr.) วงศ์ RUTACEAE เป็นไม้พุ่ม ใบเดี่ยวและใบประกอบแบบขนนก ปะปนกัน เรียงสลับดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อตามซอกใบ
สรรพคุณสมุนไพร รากแก้พิษงู ขับน้ำนม แก้พิษฝีภายในและภายนอก อยู่ระหว่างการวิจัยเพื่อหาตัวยายับยั้งไวรัสเอดส์

ยางน่อง (Strophanthus caudatus (Linn.) Kurz) วงศ์ APOCYNACEAE เป็นไม้เถา มีน้ำยางขาว ใบเดี่ยวเรียงตรงกันข้าม ดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว ปลายกลีบสีแดง ผลเป็นฝักคู่ขนาดใหญ่
สรรพคุณสมุนไพร ยางใช้ผสมกับยาพิษชนิดอื่นทาลูก้หน้าไม้ยิงสัตว์ เมล็ดมีสารออกฤทธิ์เร็ว ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ

อินทนิลน้ำ (Lagerstroemia speciosa (Linn.) Pers.) วงศ์ LYTHRACEAE เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง กึ่งผลัดใบ ใบเดี่ยวออกตรงข้ามถึงสลับ ดอกเป็นช่อสีม่วงสด
สรรพคุณสมุนไพร ใบแห้งต้มน้ำรับประทานลดน้ำตาลในเลือด แก้เบาหวาน

รางจืด (Thunbergia laurifolia Linn.) วงศ์ THUNBERGIACEAE เป็นไม้เถา ใบเดี่ยวออกตรงข้าม รูปขอบขนาน ดอกสีม่วงอมฟ้าหรือขาว ออกเป็นช่อตามซอกใบ
สรรพคุณสมุนไพร รากและเถาแก้ร้อนในกระหายน้ำ ใบคั้นน้ำนำมาเข้ายาเขียว แก้ไข้ ถอนพิษใบแห้งชงดื่มแทนน้ำชา ถอนพิษเบื่อเมา

มะหาด (Artocarpus lakoocha Roxb.) วงศ์ MORACEAE เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ใบเดี่ยวรูปรีขอบขนานเรียงสลับ ดอกเล็กสีขาวอมเหลือง ออกรวมเป็นแท่งกลม ผลกลม ส่วนของลำต้นมียางสีขาว
สรรพคุณสมุนไพร แก่นต้มเคี่ยวได้ปวกหาดเป็นยาขับพยาธิตัวตืด พยาธิเส้นด้าย และพยาธิไส้เดือน และทาแก้ผื่นคัน

ชำมะเลียง (Lepisanthes fruticosa Leenh.) วงศ์ SAPINDACEAE เป็นไม้พุ่มใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยรูปหอกแคบขอบขนาน โคนก้านแผ่เป็นแผ่นคล้ายหูใบ ดอกช่อออกตามลำต้นสีน้ำตาล
สรรพคุณ ผลสุกสีดำแก้ท้องเสีย

กระทิง (Calophyllum inophyllum Linn.) วงศ์ CLUSIACEAE เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ดอกช่อออกที่ซอกใบบริเวณปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว ผลรูปทรงกลม
สรรพคุณสมุนไพร ดอกปรุงเป็นยาหอม บำรุงหัวใจ ยางเป็นยาถ่ายอย่างแรง เมล็ดให้น้ำมัน ทาถูนวดแก้ปวดข้อ เคล็ด บวม แก้หิดและกลาก

ส้มป่อย (Acacia rugata Merr.) วงศ์ MIMOSACEAE เป็นไม้เลื้อย ลำต้นมีหนาม ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ยอดอ่อนสีน้ำตาล รสเปรี้ยว ดอกช่อเป็นกระจุก
สรรพคุณสมุนไพร ใบใช้ขับเสมหะแก้น้ำลายเหนียว ปอกล้างโลหิตระดู ใบและฝักต้มอาบ ฝักแก่เป็นยาสระผม

กำจัดต้น (Zanthoxylum limonella Alston.) วงศ์ RUTACEAE เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ ตามลำต้นมีหนามแหลม ดอกเป็นช่อ
สรรพคุณสมุนไพร รากแก้พิษสัตว์ ถอนพิษงู รากและเนื้อไม้เป็นยาขับลมในลำไส้ ขับโลหิตระดูของสตรี ผลและเปลือกเป็นเครื่องเทศ

หนามแดง (Carissa carandas Linn.) วงศ์ APOCYNACEAE เป็นไม้พุ่มมีน้ำยางสีขาว กิ่งก้านมีหนาม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ดอกช่อออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว ผลสุกสีม่วงดำ
สรรพคุณสมุนไพร แก่นบำรุงธาตุ ใบสดต้มน้ำดื่มแก้ท้องร่วง แก้เจ็บปากและคอ ผลสุกเลือดออกตามไรฟัน รากสดต้มน้ำดื่มขับพยาธิ บำรุงธาตุ เจริญอาหาร

โคคลาน (Croton caudatus Geisel.) วงศ์ EUPHORBIACEAE เป็นไม้เถา ใบเดี่ยวเรียงสลับ ตามกิ่งใบดอกมีขนสีน้ำตาล ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง
สรรพคุณสมุนไพร รากเป็นยาระบาย ลดไข้ ใบตำเป็นยาพอกภายนอก ลดไข้ แก้ปวดข้อ และปวดเมื่อยตามร่างกาย

พิลังกาสา (Ardisia elliptica Thunb.) วงศ์ MYRSINACEAE เป็นไม้พุ่ม ใบเดี่ยว รูปรีเรียงสลับ ดอกช่อสีชมพู
สรรพคุณสมุนไพร ใบแก้โรคตับพิการ ดอกฆ่าเชื้อโรค ลูกแก้ไข้ ท้องเสีย ต้นแก้โรคเรื้อน รากแก้กามโรคและหนองใน

หางไหลแดง (Derris elliptica Benth.) วงศ์ PAPILIONACEAE เป็นไม้เถา ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ดอกเป็นช่อ ลักษณะคล้ายดอกถั่ว
สรรพคุณสมุนไพร เถาเป็นยาถ่ายเส้นเอ็น ถ่ายลม ถ่ายเสมหะและโลหิต ผสมกับยาอื่นเป็นยาขับระดูสต รี รากใช้เบื่อปลา และเป็นยาฆ่าแมลง

ปีบ (Millingtonia hortensis Linn.) วงศ์ BIGNONIACEAE ป เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ใบประกอบแบบขนนกสามชั้น ดอกออกเป็นช่อ กลีบดอกสีขาวเชื่อมติดกันเป็นหลอด ผลเป็นฝัก
สรรพคุณสมุนไพร ดอกขยายหลอดลม รักษาหืด

เปล้าน้อย (Croton sublyratus Kurz.) วงศ์ EUPHORBIACEAE เป็นไม้พุ่ม ใบเดี่ยวเรียงสลับ ดอกออกเป็นช่อยาวที่ยอด สีขาว
สรรพคุณสมุนไพร เปลือก ใบแก้ท้องเสีย รักษาแผลในกระเพาะอาหาร แก่นบำรุงโลหิตประจำเดือน ดอกขับพยาธิ

สมอพิเภก (Terminalia bellerica Roxb). วงศ์ COMBRETACEAE เป็นไม้ยืนต้น ใบเดี่ยวออกสลับ ผิวใบด้านบนมีขนสีน้ำตาลอ่อน ดอกช่อสีขาวแกมเหลืองอ่อน
สรรพคุณสมุนไพร ผลอ่อนรสเปรี้ยว ใช้แก้ไข้ แก้ลม ผลแก่ แก้ไข้ แก้ริดสีดวง เมล็ดแก้บิด

สลอด (Croton tiglium Linn). วงศ์ EUPHORBIACEAE เป็นไม้พุ่มใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ดอกเล็กออกเดี่ยวๆ หรือเป็นช่อ
สรรพคุณสมุนไพร เมล็ดเป็นยาถ่ายอย่างแรง ใบแก้กามโรค ดอกฆ่าเชื้อโรคกลากและคุดทะราด

สมุนไพร แนะนำสมุนไพร และยาสมุนไพรดีดี

สมุนไพรที่อยาก แนะนำให้มีประจำบ้านชนิดแรกคือ ว่านหางจระเข้ สมุนไพรที่มีประโยชน์มากมาย คือใช้ใบของมันปอกเปลือกออกเหลือแต่วุ้น ล้างยางออกแล้วใช้ประคบแผลโดนไฟ หรือน้ำร้อนลวกได้เป็นอย่างดี แผลจะไม่พองอย่างน่าประหลาด แม่บ้านสมควรปลูกใส่กระถางดินร่วนปนทรายไว้ใกล้ ๆ ครัว ซึ่งอาจต้องใช้ บ่อย ๆ
กล้วยเป็นพืชที่มีประโยชน์มหาศาล ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ตั้งแต่ใบ, ผล, ลำต้น, ปลี, หรือกระทั่งก้านกล้วย ผลมีสรรพคุณทางยาสมุนไพรมาก ผลอ่อนมีรดฝาดใช้เป็นยาแก้ท้องเสีย ผลสุกของกล้วยเช่น กล้วยน้ำว้า เป็นยาระบาย และยังเป็นอาหารอ่อนสำหรับคนป่วย คนชรา และเด็กเล็ก ผลกล้วยหอมมีแร่ธาตุสูงเหมาะสำหรับนักกีฬาและผู้ที่เสียเหงื่อมาก กล้วยปลูกง่ายขึ้นได้แทบทุกสภาพดิน ชอบดินร่วน ต้นกล้วยให้ร่มเงาดีและใบไม่ร่วงปลิวสกปรก กล้วยบางชนิดถือเป็นไม้มงคลปลูกในบ้านจะดีเช่น 'กล้วยน้ำไท' เป็นต้น

สมุนไพรที่ควรปลูกหลังครัวอีกชนิดหนึ่งคือ กระเพรา กระเพราปลูกได้ง่าย เพียงแค่เอาต้นที่เหลือจากการทำอาหารมาชำลงในกระถาง ดินร่วนปนทราย กระเพราก็สามารถงอกได้ กระเพรามีฤทธิ์ช่วยขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ทำอาหารได้หลายชนิด กระเพรามีทั้งชนิดก้านขาว และก้านแดง ใช้ได้ดีทั้งคู่และแม่บ้านพ่อบ้านอาจปลูกโหระพาคู่กันไปเพราะปลูกง่าย คล้ายกระเพรา ปลูกรวม ๆ กันใกล้มือเก็บไปใช้ได้ทุกเมื่อ
ท่านที่มีสระน้ำในบ้าน ขิง ข่า เหมาะที่สุดที่จะปลูกไว้ริมน้ำ นอกจากจะเป็นต้นไม้ที่สวยงามทั้งใบและดอกแล้ว ขิง ข่า ใช้ประกอบอาหารได้หลายอย่าง มีฤทธิ์แก้ท้องอืด ขับลมให้ผลดี สามารถขุดไปใช้ได้ทั้งเหง้าอ่อนและแก่ ต้นที่เหลือจะสามารถแตกออกใหม่ได้เรื่อย ๆ
ต้นไม้ล้มลุกที่เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณสมุนไพรดีคือ ฟ้าทะลายโจร เป็นต้นไม้ขนาดเล็ก แตกเป็นพุ่มโปร่ง ลำต้นสี่เหลี่ยมมีดอกสีขาวเล็ก ปลูกเป็นพุ่มตามริมทางเดินหรือในสวนให้ความสวยงามน่ารักไม่น้อย ฟ้าทะลายโจรมีรสขมจัด ตั้งแต่ใบจนถึงลำต้น ใช้แก้ร้อนใน กระหายน้ำดี โดยเฉพาะผู้ที่เป็นแผลร้อนในในปากเป็นประจำ กินแบบตากแห้ง เคี้ยวกลืน หรือใช้ลำต้นหรือใบสด แห้ง ต้มดื่มกับน้ำสะอาดก็ได้ จะได้ผลดีมากทำให้แผลหายเร็ว
ในช่วงที่มีฝนตกบ่อยๆ เช่นนี้ หรือคนอาจเป็นไข้หวัด เจ็บคอ มีเสมหะ ผักพื้นบ้านฤดูฝนที่อยากแนะนำในที่นี้ก็คือชะพลู หรือช้าพลู
ชะพลูเป็นพืชล้มลุก มีอยู่ 2 พันธุ์ คือ ชนิดเถา และชนิดเลื้อย เป็นพืชที่ชอบที่ชุ่มชื้น มีร่มเงา กอหนึ่งๆ มีความสูงประมาณ 1 ฟุต จึงเหมาะที่จะปลูกเป็นพืชคลุมดินใต้ต้นไม้ใหญ่ได้
ในการแพทย์แผนไทย ชะพลูเป็นพืชสมุนไพรหลักที่นิยมใช้กันมาก “รากชะพลูแก้คูถเสมหะ (ขับเสมหะออกทางอุจจาระ) ต้นแก้อุระเสมหะ (เสมหะในทรวงอก) ลูกขับศอเสมหะ (เสมหะในลำคอ) ใบทำให้เสมหะงวดและแห้งเข้า แก้ธาตุพิการ บำรุงธาต'
ชะพลูเป็นผักที่ใช้ปรุงอาหารได้หลายชนิด เช่น ใบอ่อนและยอดใช้กินสด เป็นผักจิ้มน้พริก หรือห่อเมื่ยงคำ (เมี่ยงคำเอก็เป็นอาหารบำรุงธาตุชนิดหนึ่ง) หรือทำข้าวยำ ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านภาคใต้ แต่ที่อร่อยไม่แพ้กันก็คือแกงกะทิใบ่อ่อนชะพลูกับกุ้งหรือหอย
แต่มีข้อควรระวังนิดหนึ่งก็คือใบชะพลูจะมีสารออกซาเลท (oxalate) ค่อนข้างสูง จึงควรปรุงร่วมกับเนื้อสัตว์ และไม่ควรบริโภคบ่อยเป็นประจำ เพราะสารออกซาเลทนี้ เมื่อรวมกับแคลเซียมแล้วจะกลายเป็นแคลเซี่ยมออกซาเลท มักจะไม่ละลายในอะไรทั้งสิ้น และจะขัดขวางการดูดซึมของอาหารอื่นๆ ด้วย
มะระขี้นก หรือผักไห่ เป็นผักพื้นบ้านไทยที่เป็นที่นิยมของผู้ชื่นชอบกินน้ำพริก เพราะผลอ่อนมะระขี้นกเป็นผักจิ้มน้ำพริกที่อร่อยไม่แพ้ยอดฟัทองลวกกระทิเลย
แต่เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวว่า สารบางอย่างในมะระขี้นกอาจจะเป็นยารักษาโรคเอดส์ได้ ทำให้มะระขี้นกกลายเป็นผักยอดฮิตในตลาดขึ้นมาทันที
ในตำรายาไทย มะระขี้นกมีรสขม เป็นยาเจริญอาหาร ระบาย แก้ไข้ แก้โรคลม บำรุงน้ำดี แก้โรคของม้ามและตับ ส่วนการแพทย์พื้นบ้านในเอเชียเชื่อว่า มะระมีพลังความเย็น ซึ่งมีสรรพคุณขับพิษ ช่วยฟอกเลือดบำรุงตับ มีผลดีต่อสายตา และผิวหนัง ในทางการแพทย์สมัยใหม่ก็พบว่ามะระช่วยลดน้ำตาลในเลือดจึงอาจใช้รักษาโรคเบา หวานได้
มะระกินได้ทั้งยอดอ่อน ใบอ่อน และผลอ่อน ไม่ค่อยนิยมกินสด เพราะมีรสขม แต่จะใช้วิธีการนึ่ง หรือลวกให้สุก
ผลมะระขี้นก 100 กรัม มีเส้นใย 12 กรัม, แคลเซียม 3 มิลลิกรัม, ฟอสฟอรัส 5 มิลลิกรัม, เหล็ก 0.2 มิลลิกรัม, วิตามินเอ 2924 IU นอกจากนี้ยังมีวิตามินบี 1, วิตามินบี 2, ไนอาซิน และวิตามินซีอีกด้วย
พริกไทยได้ชื่อว่าเป็นราคาแห่งเครื่องเทศ อาจจะเป็นเพราะอาหารของคนจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างก็มีพริกไทยผสมอยู่ บางท่านกล่าวว่าการล่าอาณานิคมของฝรั่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ ก็เพราะในเขตนี้เป็นเขตที่มีการปลูกพริกไทยและเครื่องเทศ ซึ่งเป็นที่ต้องการของชาวตะวันตกกันมาก
พริกไทยดำและพริกไทยขาวต่างกันตรงที่พริกไทยขาวนั้นคือพริกไทยที่มีการกระ เทาะเปลือกออก (และโดยส่วนใหญ่จะมีการใช้สารฟอกขาว เพื่อทำให้พริกไทยขาวมีสีขาวนวลขึ้น) แต่ที่จริงแล้วพริกไทยดำจะมีรสเผ็ดและหอมกว่าพริกไทยขาวมากนัก
พริกไทยช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ ขับเสมหะ หอบ ไอ สะอึก เป็นยาบำรุงธาตุ นอกจากนี้ยังมีรายงานวิจัยว่า พริกไทยมีสารสำคัญพวกฟีนอลิกส์ ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์อันจะช่วยต้านสารก่อมะเร็งในอาหาร ได้ โดยสารนี้มีประสิทธิภาพดีกว่าสารสังเคราะห์ BHA และ BHT ด้วย
ในช่วงต้นฤดูฝนเป็นช่วงที่ผักพื้นบ้านต่างแตกกิ่งผลิใบมากมาย แต่ถ้าพูดถึงผักพื้นบ้านที่เป็นทั้งอาหาร ยา และมีประโยชน์ใช้สอยสารพัดแล้วละก็ 'ชะมวง' เป็นต้นไม้ที่น่าสนใจชนิดหนึ่ง
คนส่วนใหญ่รูจักชะมวงจาก “แกงหมูชะมวง” ที่ถือว่าเป็นอาหารอันเลื่องชื่อที่สุดของคนภาคตะวันออกแต่ที่จริงต้นชะมวง เป็นไม้ที่พบได้ในป่าร้อนชื้นทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นภาคอีสาน ตะวันออก กลาง และ ภาคใต้ ชาวใต้ใช้ผลและใบแต่ของชะมวงมาหมักทำเป็นน้ำกรด สำหรับฟอกหนังก่อนแกะสลักทำตัวหนังตะลุง ส่วนเปลือกและยางสามารถใช้ย้อมผ้าเป็นสีเหลืองได้
ใบและผลชะมวงมีรสเปรี้ยว สรรพคุณ แก้ไข้ กัดฟอกเสมหะ แก้ธาตุพิการ ช่วยระบายท้อง ในใบชะมวง 100 กรัม จะให้พลังงาน 51 กิโลแคลอรี่ มีเส้นใย 3.2 กรัม แคลเซียม 27 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 13 มิลลิกรัม เหล็ก 1.1 มิลลิกรัม
นอกจากแกง เช่น แกงหมูใบชะมวง หรือแกงเนื้อแล้ว ใบชะมวงยังสามารถใช้ปรุงรสเปรี้ยวในการทำอาหาร เช่น ต้มส้มปลา หรืออาจใช้ยอดอ่อนใส่แกงอ่อม รวมทั้งกินเป็นผักสดก็ได้
มะตูม สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

สมุนไพร เป็นสิ่งมหัศจรรย์จากธรรมชาติ ที่บรรพบุรุษไทยของเราใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านศึกษาอย่างชาญฉลาด จนนำไปสู่การปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยในการดูแลสุขภาพกาย-ใจ อย่าง น้ำมะตูม เครื่องดื่มประจำครอบครัวของคนไทยมาตั้งแต่ยุคโบราณกาลที่มีสรรพคุณทางยา และมีคุณประโยชน์ทางอาหารมากมาย จึงถือได้ว่า มะตูม เป็นพืชสมุนไพรยอดฮิตชนิดหนึ่ง ที่ตลาดสมุนไพรขาดไม่ได้ และผู้บริโภคก็หาซื้อได้ง่าย



มะตูมเป็นไม้ยืนต้น โดยมีชื่อพื้นเมืองหลายอย่างและใช้เรียกกันแตกต่างไป เช่น ตูม ตุ่มตัง กะทันตาเถร (ปัตตานี) มะปิน (เหนือ) บักตูม หมากตูม (อีสาน)
มะตูม
ลักษณะของมะตูม ผล มีผิวเกลี้ยง เปลือก หนาและแข็ง ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลือง ในผลมะตูมมีเมล็ดตรงกลางเป็นพู มียางเหนียวใส นำมาใช้เป็นกาวจากธรรมชาติได้ เนื้อมะตูมมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เวลานำมาต้มเป็นชาจะมีกลิ่นหอมมาก เวลาสุกเนื้อจะนิ่มเป็นสีเหลืองหอมและมีรสหวานด้วย
มะตูมที่เราพบเห็นกันในปัจจุบัน ส่วนมากจะอยู่ในรูปของมะตูมแห้งเป็นแว่นที่มีขายตามร้านยาแผนโบราณ, ร้านขายสมุนไพร เพื่อสุขภาพ สำหรับผู้ที่รักและห่วงใยสุขภาพเท่านั้น ซึ่งนิยมนำมะตูมแว่นมาต้มเป็นน้ำมะตูมที่มีกลิ่นหอม สำหรับดื่มให้ชื่นใจ แก้กระหายน้ำ แถมยังให้คุณค่าอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมายด้วย เช่น
* เปลือกของรากและลำต้นของมะตูม สามารถลดไข้ และใช้เป็นยารักษาไข้มาลาเรียในสมัยก่อน ขับลมในลำไส้
* ราก แก้พิษฝี พิษไข้ รักษาน้ำดี
* ใบสด แก้ไอ ขับเสมหะ หากมีอาการหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ให้เอาใบมะตูมดิบๆ มาคั้นเอาน้ำเพื่อดื่ม ช่วยบรรเทาอาการไอและเสมหะเรื้อรังลงได้มี
* ผลมะตูม ผลอ่อนที่มีสีเขียว ใช้เป็นยาเจริญอาหาร ขับลมในท้อง ผลแก่แก้เสมหะ ช่วยย่อยอาหาร และยังสามารถเอาผลสุกมาชงดื่มเป็นยาแก้ร้อนใน หรือ เอามะตูมตากแห้งมาต้มเป็นชาสมุนไพรก็จะได้ผล็อย่างเดียวกัน นอกจากนี้ ผลดิบแห้งยังใช้แก้บิด และแก้ท้องเสียในเด็กได้ด้วย ส่วนผลสุกนั้นกลับเป็นยาระบาย ช่วยย่อยอาหารได้ดีโดยเฉพาะในเด็ก
น้ำมะตูม
การดื่มน้ำสมุนไพรมะตูมเย็นๆ ยังสามารถทำให้อารมณ์ที่ร้อนรุ่มขุ่นมัวของคุณเย็นลงได้อย่างน่ามหัศจรรย์ พร้อมเติมพลังให้กับร่างกายในยามที่อ่อนล้า คนโบราณยังเชื่ออีกว่าว่า มะตูม เป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งที่ควรมีไว้ในบริเวณบ้าน จะสามารถทำให้เกิดกำลังใจ และความมานะพยายามที่จะต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ในชีวิต นอกจากนี้ มะตูม ยังมีความเกี่ยวข้องกับพิธีกรรม และพิธีมงคลของไทย อย่างเช่น เวลาเข้ากราบบังคมลาพระเจ้าแผ่นดินไปรับราชการ หรือ ศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ ก็จะได้รับพระราชทานใบมะตูมเป็นสิริมงคล งานสมรสพระราชทานคู่บ่าวสาวก็จะมีใบมะตูมทัดหู การทำน้ำมนต์เพื่อสะเดาะเคราะห์ และการครอบครูก็จะใช้ใบมะตูมเป็นองค์ประกอบในพิธี อีกทั้ง มะตูม ยังช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ได้อีกด้วย

สมุนไพรที่สำคัญอื่นๆ ที่ควรรู้จัก

หญ้าหนวดแมว (Orthosiphon aristatus Miq). วงศ์ LAMIACEAE เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นรูปเหลี่ยมมีขนสั้นๆ ปกคลุม ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ดอกออกเป็นช่อกลีบดอกสีขาว
สรรพคุณทางสมุุนไพรใบและต้นแห้งต้มน้ำดื่มขับปัสสาวะ แก้โรคไต รักษาโรคนิ่ว รักษาโรคเบาหวาน

โด่ไม่รู้ล้ม (Elephantopus scaber Linn) วงศ์ ASTERACEAE เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นแข็งตั้งตรง ใบเรียงตัวโดยรอบที่โคนใกล้ผิวดิน ดอกเป็นกระจุก สีม่วงแดงหรือขาว
สรรพคุณทางสมุุนไพร ทั้งต้นแก้ไอ วัณโรค เป็นยาฝาดสมาน แก้ไข้ แก้เหน็บชา บำรุงหัวใจ บำรุงกำหนัด รากและใบต้มเป็นยาแก้อาการท้องร่วง บิด

พญาปล้องทอง (Clinacanthus nutans Lindau) วงศ์ ACANTHACEAE เป็นไม้เถาล้มลุกหลายฤดู ใบเดี่ยวออกตรงกันข้าม ก้านใบยาว 0.5 ซม. ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด กลีบดอกสีแดง บางท้องที่เรียกเสลดพังพอนตัวเมีย
สรรพคุณทางสมุุนไพร ใบสดแก้แผลน้ำร้อนลวก ลดอาการอักเสบเนื่องจากแมลงกัดต่อย รักษาอาการอักเสบเนื่องจากเชื้อไวรัส เช่น งูสวัด และเริม

ลิ้นงูเห่า (Clinacanthus siamensis Brem). วงศ์ ACANTHACEAE เป็นไม้เถาล้มลุกหลายฤดู ใบเดี่ยวออกตรงกันข้ามรูปหอก ก้านใบยาว 1.0-1.5 ซม. ดอกเป็นช่อสีแดงที่ปลายยอด
สรรพคุณทางสมุุนไพร ใบสดตำหรือขยี้ทาหรือพอกแก้พิษร้อนอักเสบ ปวดฝี รากตำพอกแก้พิษตะขาบและแมงป่อง

โมกมัน (Wrightia arborea (Dennst.) Mabberly) วงศ์ APOCYNACEAE ไม้ยืนต้นขนาดกลาง เป็นไม้ผลัดใบ ใบเดี่ยวออกตรงกันข้าม แผ่นใบรูปรี ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง สีขาวอมม่วง
สรรพคุณทางสมุุนไพร เปลือกเป็นยาเจริญอาหาร แก้พิษสัตว์กัดต่อย แก้โรคไต ยางจากต้นแก้บิด ดอกเป็นยาระบาย

สมอไทย (Terminalia chebula Retz). วงศ์ COMBRETACEAE ไม้ยืนต้น ยอดอ่อนและใบมีขนสีน้ำตาลวาว ใบเดี่ยวออกตรงกันข้าม ดอกสีเหลืองอมเขียว ออกตามซอกใบ
สรรพคุณทางสมุุนไพร ผลอ่อนเป็นยาระบาย ผลแก่ฝาดสมานแก้ท้องเดิน แก้ไข้ เสมหะเป็นพิษ บิด

ขมิ้นชัน (Curcuma longa Linn) วงศ์ ZINGIBERACEAE พืชล้มลุก มีลำต้นใต้ดิน เนื้อในเหง้าสีเลืองอมส้ม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ใบเดี่ยวเรียงซ้อนสลับ ดอกออกเป็นช่อแทงจากเหง้า ใบประดับสีเขียวอ่อน กลีบดอกสีขาว
สรรพคุณทางสมุุนไพร เหง้าขับลม รักษาโรคกระเพาะอาหาร ใช้เป็นยากทาภายนอก แก้อาการแพ้

มะขามป้อม (Phyllanthus emblica Linn.) วงศ์ EUPHORBIACEAE ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ใบเดี่ยว ดอกช่อสีเขียวอมเหลืองออกที่ซอกใบ
สรรพคุณทางสมุุนไพร ผลสุก คั้นน้ำดื่มแก้ไอ ละลายเสมหะ เป็นยาบำรุง แก้หวัด กระตุ้นน้ำลาย ช่วยระบาย แก้เลือดออกตามไรฟัน

กระชาย (Boesenbergia rotunda (L.) Mansf.) วงศ์ ZINGIBERACEAE พืชล้มลุก ลำต้นใต้ดิน มีกลิ่นหอม กาบใบสีแดงเรื่อๆ ออกดอกเป็นช่อที่ยอด สีขาว หรือขาวอมชมพู
สรรพคุณทางสมุุนไพร เหง้า รักษาโรคบิด ขับทลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้กามตายด้าน บำรุงกำหนัด เป็นยาอายุวัฒนะ

ข่า (Alpinia galanga (L.) Willd). วงศ์ ZINGIBERACEAE เป็นพืชล้มลุก เหง้าใต้ดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับกัน ดอกออกเป็นช่อที่ยอด กลีบเลี้ยงสีขาวอมเขียว
สรรพคุณทางสมุุนไพร เหง้า ต้มเอาน้ำดื่ม บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และจุกเสียดแน่น เหง้าสด ผสมเหล้าโรงทารักษากลาก เกลื้อน

คูณ (Cassia fistula Linn.) วงศ์ CAESALPINIACEAE เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว ดอกเป็นช่อ กลีบดอกสีเหลือง ผลเป็นฝัก
สรรพคุณทางสมุุนไพร เนื้อในฝักเป็นยาระบาย แก่นกินกับหมาก

ว่านหางช้าง (Belamcanda chinensis D.C.) วงศ์ IRIDACEAE เป็นพืชล้มลุก ลำต้นเป็นไหล ใบเดี่ยวรูปดาบ เรียงสลับ ดอกเป็นช่อที่ปลายยอด
สรรพคุณทางสมุุนไพร ใบเป็นยาระบาย และแก้ระดูพิการของสตรี

กระวาน (Amomum testaceum Ridl.) วงศ์ ZINGIBERACEAE เป็นพืชล้มลุก ลำต้นเป็นเหง้า ใบเดี่ยวเรียงสลับ ดอกเป็นช่อแทงจากเหง้า กลีบดอกสีขาว กลีบเลี้ยงสีน้ำตาลขาว
สรรพคุณทางสมุุนไพร เมล็ดแห้ง รสเผ็ดร้อน กลิ่นหอม เป็นยาขับลม ขับเสมหะ ใช้เป็นเครื่องเทศแต่งกลิ่นอาหารและเหล้า

เร่วหอม (Etlingera punicea (Roxb.) R.M. Smith) วงศ์ ZINGIBERACEAE เป็นพืชล้มลุก ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้า ใบเดี่ยว เรียงสลับ ดอกเป็นช่อแทงตรงจากเหง้า กลีบดอกสีแดง ทุกส่วนมีกลิ่นหอมแรง
สรรพคุณทางสมุุนไพร ใบขับปัสสาวะ ผลแก้ไข้ แก้ริดสีดวง แก้ไอหืด ไอเสมหะ และใช้เป็นเครื่องเทศ

เร่ว (Amomum xanthioides Wall.) วงศ์ ZINGIBERACEAE เป็นพืชล้มลุก ลำต้นเป็นเหง้าใต้ดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับ ดอกช่อแทงตรงจากเหง้า ดอกย่อยสีขาว ผลกลมสีแดงคล้ำมีขนคล้ายเงาะ
สรรพคุณทางสมุุนไพร เมล็ดแห้ง รสเผ็ด แก้คลื่นเหียนอาเจียน ขับผายลม

ประคำไก่ (Drypetes roxburghii Wall.) วงศ์ EUPHORBIACEAE เป็นไม้ยืนต้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรี โคนใบเบี้ยว ดอกเพศผู้และเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ผลกลมสุกสีดำ
สรรพคุณทางสมุุนไพร ต้นเป็นยาเย็น ขับและปัสสาวะ ระบาย กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ ใบ ผล เมล็ด กินเป็นยาลดไข้ และแก้หวัด